The Pursuit of Happyness ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (2006)

หนังประเทศ : สหรัฐอเมริกา
ข้อมูลภาพยนตร์เพิ่มเติม
แนว : ดราม่า, ชีวิต, แรงบันดาลใจ
ผู้กำกับ : Gabriele Muccino
ผู้เขียนบท : Steve Conrad (สร้างจากเรื่องจริงของ Chris Gardner)
นักแสดงนำ : Will Smith, Jaden Smith, Thandiwe Newton
ความยาว : ประมาณ 117 นาที
ธีมหลัก : ความพยายาม, ความหวัง, ความเป็นพ่อ, ความยากจน, ความฝันแบบอเมริกัน
เรื่องย่อ
The Pursuit of Happyness เล่าเรื่องราวของ คริส การ์ดเนอร์ ชายผู้ดิ้นรนใช้ชีวิตในซานฟรานซิสโกกับลูกชายตัวน้อย หลังจากการลงทุนผิดพลาดทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง ทั้งเงิน งาน และที่อยู่อาศัย คริสต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ได้รับโอกาสเข้าฝึกงานในบริษัทนายหน้าซื้อขายหุ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ไม่มีเงินเดือนและมีการแข่งขันสูงมาก เขาต้องต่อสู้กับความยากลำบากรอบด้าน โดยมีเพียงความหวังและความรักที่มีต่อลูกเป็นแรงผลักดัน
บทความรีวิว
หนังเรื่องนี้เป็นดราม่าที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังอย่างยิ่ง เพราะมันไม่ขายความดราม่าแบบบีบคั้นเกินจริง หากแต่พาผู้ชมไปสัมผัส “ความจนที่มีศักดิ์ศรี” คริส การ์ดเนอร์ ไม่ได้เป็นฮีโร่ เขาเป็นเพียงพ่อคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต Will Smith ถ่ายทอดบทบาทนี้ได้อย่างจริงใจ สีหน้า แววตา และความเงียบในหลายฉาก สื่อสารความเจ็บปวดได้มากกว่าคำพูดใด ๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกคือหัวใจของหนัง เด็กชายไม่ได้เป็นภาระ แต่เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้คริสลุกขึ้นสู้ในทุกเช้า หนังทำให้เราเห็นว่าความสุข (Happyness) ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่คือการ “ไล่ตาม” ด้วยความเชื่อและความพยายาม แม้จะล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สปอยล์เต็ม

คริสต้องเผชิญกับจุดต่ำสุดของชีวิต ตั้งแต่การนอนในห้องน้ำสาธารณะ การเข้าแถวรับที่พักคนไร้บ้าน ไปจนถึงการทำงานโดยไม่มีรายได้ เขาต้องซ่อนความสิ้นหวังจากลูกชาย และแสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างยังโอเค ช่วงท้ายของหนัง เมื่อคริสผ่านการคัดเลือกและได้รับตำแหน่งงานอย่างเป็นทางการ น้ำตาที่เขากลั้นไว้ตลอดทั้งเรื่องก็ไหลออกมาอย่างเงียบ ๆ เป็นฉากที่สะเทือนใจเพราะมันคือชัยชนะของความอดทน ไม่ใช่โชคชะตา
บทวิเคราะห์เชิงชีวิต
The Pursuit of Happyness สะท้อนความจริงของสังคมที่โอกาสไม่ได้เท่าเทียม แต่ความพยายามสามารถสร้างเส้นทางของตัวเองได้ หนังตั้งคำถามว่า “ความสุข” คืออะไร บางคนอาจมีทุกอย่างแต่ไม่มีความหมาย ขณะที่บางคนไม่มีอะไรเลย แต่ยังมีเหตุผลให้ลุกขึ้นสู้ หนังยังพูดถึงบทบาทของพ่อในมุมที่อบอุ่นและเข้มแข็ง โดยไม่ต้องยิ่งใหญ่หรือสมบูรณ์แบบ
การแสดงและงานสร้าง
Will Smith ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากบทบาทนี้ และถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ การแสดงร่วมกับ Jaden Smith ลูกชายจริง ๆ ของเขา ทำให้ความสัมพันธ์ในหนังดูเป็นธรรมชาติและจริงใจ งานกำกับเลือกใช้โทนเรียบ ไม่หวือหวา เพื่อให้เรื่องราวและอารมณ์ของตัวละครเป็นศูนย์กลาง ดนตรีประกอบช่วยเสริมความรู้สึกหวังและอบอุ่นโดยไม่ล้นเกิน
บทวิจารณ์
The Pursuit of Happyness คือหนังสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่เชย เพราะมันไม่ได้บอกให้ “สู้แล้วจะสำเร็จทันที” แต่บอกว่า “สู้เพราะไม่มีทางเลือกอื่น” เหมาะกับผู้ชมทุกวัย โดยเฉพาะคนที่กำลังรู้สึกท้อกับชีวิต หนังเรื่องนี้จะไม่ให้คำตอบทั้งหมด แต่จะให้พลังใจในการก้าวต่อไป
ตัวอย่างภาพยนตร์
ตัวอย่างด้านล่างเป็นวิดีโอลำดับแรกจาก YouTube โดยค้นหาจาก The Pursuit of Happyness (2006) trailer
